Wat_Jedyod1
Wat Jedyod

Wat Maha Bodharam or Wat Jedyod was established by King Tilokarat in 1455 A.D. He ordered his artisans to imitate the styles of Mahabodhi Hall of Bodh Gaya (in India). It is assumed that the aim of this project was to celebrate the 2,000 anniversary of Buddhism. Also, he intended to make a reproduction of the place where the Lord Buddha gained the enlightenment, and to establish a temple for Udompanya, a monk who traveled back from Lanka. He also had a Bodhi tree, which the monk brought back, planted here, hence the temple is named “Wat Maha Bodharama”. King Tilokarat ordered the construction of Sattamahasathan or the Seven Great Places where the Lord Buddha enjoyed the bliss of enlightenment. The Buddha resided in each place for seven days, so he totally spent 49 days in this places. Sattamahasathan is composed of the Diamond throne, Animisacedi, Rattanachonkrama, Rattanagharacedi, Ajapalanigrodha (Banyan Tree), Mucalinda Pond and Rajatana. The eight Buddhist council was held in this temple in 1477 A.D., during the reign of King Tilokarat. This is considered as the first Buddhist council in Thailand.

The Plan and style of Mahabodhi Hall are similar with those of Mahabodhi Hall in India, the Bodhi tree is in the back of the hall, the edifices representing Sattamahassathan are situated in the same direction as those of Bodhi Gaya, the hall has Sikhara tops which are reminiscent of the art of Northern India.

Wat_Jedyod4

The Bodhi tree or the Diamond throne was the place where the Lord Buddha obtained the Buddhahood, The walls of the hall are ornamented with figure of divinities, which represent the celestial assembly in the occasion of the Lord Buddha’s enlightenment. They traveled from thousands of the universe to express their congratulations to the Lord and spread heaven flowers. The styles of those divinities bear a resemblance to the Lanka art while the ones of falling flowers show the influence of the Chinese art.
In this temple, there also edifices established in the later period, such as chedi of King Tilokarat, which was built by King Yod Chiangrai to house the ashes of King Tilokarat in 1491, and the ordination hall with ku kanchan which was built during the renovation by King Muangkaew.

Wat_Jedyod7




วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด)

วัดมหาโพธารามหรือวัดเจ็ดยอด พระเจ้าติโลกราชโปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๙๙๘ พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบมาจากวิหารมหาโพธิ์ ที่พุทธคายา (ในประเทศอินเดีย) สันนิษฐานว่าเพื่อเป็นการฉลองพระพุทธศาสนาครบ ๒๐๐๐ ปี อันเป็นการจำลองสถานที่ตรัสรู้มาไว้ในดินแดนล้านนา และเพื่อเป็นที่จำพรรษาของมหาเถระอุดมปัญญาที่เดินทางกลับมาจากลังกา พระองค์โปรดให้ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ที่นำมาด้วยในครั้งนั้น วัดนี้จึงชื่อว่า “วัดมหาโพธาราม” และโปรดให้สร้างสัตตมหาสถาน คือ สถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุขภายหลังการตรัสรู้ แห่งละ ๗ วัน รวมเป็น ๔๙ วัน อันประกอบด้วย รัตนบัลลังก์ อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรม รัตนฆรเจดีย์ อัชปาลนิโครธ (ต้นไทร) สระมุจลินท์ (ต้นจิก) และ ราชาตนะ (ต้นเกตุ) วัดมหาโพธารามยังเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระไตรปิฏกครั้งที่ ๘ ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ นับเป็นครั้งแรกในดินแดนไทย

รูปแบบแผนผังและศิลปกรรมของวิหารมหาโพธิ์ มีลักษณะวิหารมหาโพธิ์ ที่พุทธคายาในประเทศอินเดีย คือ มีวิหารต้นพระศรีมหาโพธิ์และมีสัตตมหาสถาน ตามตำแหน่งเดียวกัน ส่วนรูปแบบอาคารเป็นทรงศิขรแบบศิลปะอินเดียภาคเหนือ

แนวคิดในการออกแบบอันแสดงถึงสถานที่ตรัสรู้ ได้แก่ ต้นพระศรีมหาโพธิ์หรือโพธิบัลลังก์ คือสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ที่ผนังวิหารประดับเทวดาปูนปั้น อันหมายถึงเทพชุมนุมในคราวที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ปรากฏทวยเทพจากหมื่นจักรวาลลงมาแสดงความยินดี พร้อมดอกไม้ทิพย์โปรยปรายลงมา ลักษณะทางศิลปกรรม เครื่องทรงเทวดาได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะลังกา ส่วนลวดลายดอกไม้ร่วงเป็นอิทธิพลศิลปะจีน

ภายในวัดแห่งนี้ยังปรากฏงานศิลปกรรมที่สำคัญที่สร้างขึ้นในภายหลัง เช่น กู่ที่บรรจุพระเจ้าติโลกราช ที่พระเจ้ายอดเชียงรายโปรดให้สร้างขึ้นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระเจ้าติโลกราช ในปี พ.ศ. ๒๐๓๔ พระอุโบสถและพระแก่นจันทน์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวบูรณะในสมัยพระเมืองแก้ว

Wat Jedyod วัดเจ็ดยอด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *