ไม่ได้ไปร้านหนังสือมานานหลายวัน จนมีความรู้สึกว่าชีวิตแห้งแล้ง ขาดแรงบันดาลใจ เหมือนต้นไม้ไม่ได้รับการรดน้ำมาหลายวันเช่นกัน

วันนี้ทนไม่ไหวต้องออกไปเดินดูหนังสือซะบ้างก่อนที่จะเหี่ยวตายเป็นต้นไม้ขาดน้ำ

ระหว่างเดินๆ มองๆ ดูตามชั้นวางหนังสือ ประโยคนี้ก็แวบเข้ามา “Until my last breath”

ใช่ทีเดียว ไม่ว่าจะกี่ปัญหาที่ถาโถมเข้ามา เราต้องเผชิญและแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างมีสติ ไม่ท้อถอย เมื่อผ่านไปได้เราจะแข็งแกร่งขึ้น และต้องรู้จักให้รางวัลกับตัวเองบ้างหลังปัญหานั้นผ่านพ้นไป

ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่กลับจะเป็นโอกาสสำหรับคนที่มีหัวใจกล้าพอ ที่จะลุกขึ้นและลงมือทำใหม่ให้ดีกว่าเดิมอีกครั้ง โอกาสและความสำเร็จจะเข้ามาหาคนที่มีความพร้อมและเรียนรู้อยู่เสมอ  โลกเปรียบเหมือนมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่  จงอย่าหยุดนิ่งที่จะเรียนรู้จากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว….. เรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งของตัวเองและของผู้อื่น ….สู้ต่อไป Until my last breath.

อีกด้านหนึ่งของชีวิต ก็ช่างแห้งแล้ง และแสนเศร้า เมื่อเธอเดินจากไป และจากไป …. ภาพอดีตอันแสนหวานยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำสม่ำเสมอ เธอยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้เดินต่อไปอย่างไม่ไหวหวั่น…. แม้ในความเป็นจริงจะไม่มีเธออยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่เคยท้อถอย เธอยังอยู่ในใจฉันตลอดเวลา…ตลอดไป ขอให้รู้ไว้ว่าเรายังอยู่ด้วยกัน Until my last breath.


ที่ฝากเอาไว้ไม่ใช่ถ้อยคำ
เป็นความบอบช้ำที่คอยบดกลืนฝัน
บนกำแพงไม่มีภาพแขวนอยู่
แต่ภาพในใจเมื่อใดจึงจะลบเลือน

ที่เก็บเอาไว้ไม่ใช่น้ำตา
เป็นความอ่อนล้าของคนที่เจ็บร้าว
รอนแรมไปบนถนนที่มืดยาว
หวั่นแสงตอนเช้ามาถึงก็สายเกิน

หากมีชีวิตเหลือเพียงอีกแค่หนึ่งวัน
และหนึ่งวันนั้นฉันได้พบเธออีกครั้ง
จะใช้ยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เหลืออยู่
โอบรักเธอ….กอดเธอจนกว่าจะตาย

Until my last breath

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *