แม่แจ่มที่ฉันรู้จัก ตอนที่ 3
ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนถึงแม่แจ่มให้ต่อเนื่องอีกสักหนึ่งตอน และจะหยุดพักลงที่ตอนนี้ ไม่อยากเรียกว่าตอนจบ เพราะคงไม่มีตอนจบ เนื่องจากฉันรักที่นี่ รักความเป็นธรรมชาติ รักวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่แม่แจ่ม ยังมีเรื่องราวของแม่แจ่มอีกมากมาย อีกหลายมิติที่ยังไม่ได้พูดถึง
เมื่อคืนฝนตกหนักมากทั้งคืน แต่รุ่งเช้าเขาก็หยุดให้เราได้ตื่นขึ้นมาสัมผัสความสวยงามหลังฝนจากไป และให้เราได้เตรียมตัวเพี่อ ออกเดินทางต่อ วันนี้เราจะออกจากแม่แจ่ม ผ่านบ้านแม่นาจร มุ่งหน้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านทางอำเภอขุนยวม ผ่านภูเขาลูกที่จะเต็มไปด้วยดอกบัวตอง สีเหลืองบานสะพรั่ง ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือน พฤศจิกายน แต่วันนี้เราเดินทางใน ช่วงฤดูฝน เราจะเห็นแต่สีเขียวตลอดแนวภูเขา เป็นความสวยงามอีกแบบหนึ่งที่ดูแล้วสบายตา สดชื่น และสูดอากาศได้เต็มปอดอย่างสบายใจ
ขอยืมแผนที่จากกูเกิลมาให้ดูกันก่อน วันนี้เราจะเดินทางราว 160 กิโลเมตร ขึ้นเขา ลงเขา แวะดูบรรยากาศข้างทางไปตลอด ใช้เวลาไปเกือบทั้งบ่ายของวันไปถึงแม่ฮ่องสอน ก็ค่ำพอดีครับ
ทางช่วงนี้สวยงามไปด้วยป่าเขา สลับกับแปลงเกษตรของชาวบ้านถ้าเข้าใกล้หมู่บ้าน แต่หมู่บ้านก็มีน้อยและอยู่ห่างกันมาก ขอแนะนำนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านทางนี้เป็นครั้งแรก และมาคันเดียว ให้เดินทางตอนกลางวัน เพื่อจะได้ชมความสวยงามและไม่รู้สึกเหงาเพราะรถใช้ถนนเส้นนี้กันน้อย (เนื่องจากไม่ได้เป็นถนนสายหลัก ปรกติแล้ว รถจะใช้เส้นทาง จากเชียงใหม่ ผ่าน จอมทอง ฮอด แม่สะเรียง ขุนยวม ปลายทางแม่ฮ่องสอน) แต่ถนนดีครับ ลาดยางตลอดทาง
ออกเดินทางจากตัว อำเภอแม่แจ่ม ด้วยทางหลวงหมายเลข 1088 ผ่านหมู่บ้านและแปลงเกษตรของชาวบ้าน ด้วยระยะทาง 30 กม. ก็จะถึง ตำบลแม่นาจร เราสังเกตเห็นร้านกาแฟสดอยู่ฝั่งซ้ายมือ ชื่อแม่นาจร Coffee House จึงเลี้ยวเข้าไปเพื่อแวะชิมกาแฟสดของที่นี่ เพื่ออบอุ่นร่างกายและเรียกความสดชื่นเพราะอากาศก็หนาวเย็นเนื่องจากฝนตกพรำๆ มาตลอดทาง แต่ก็น่าเสียดาย วันนี้ร้านปิด เราจึงเก็บรูปมาฝากทุกท่าน ครั้งหน้าเราจะแวะมาชิมให้ได้
ผ่านร้านกาแฟมาราว 3 กม. เราเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมาเลข 1263 (ระยะทาง 33 กม. จากตัวอำเภอแม่แจ่ม ถึงทางแยก) มุ่งหน้า อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ระหว่างทางจากทางแยกมาประมาณ 35 กม. จะผ่านตำบลแม่ศึก อำภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องเน้นตรงนี้เนื่องจากในตำบลนี้มีบ้านปางอุ๋ง และมีศูนย์พัฒนาโครงการหลวง อยู่ที่นี่ด้วย (ซึ่งชื่อเหมือนกันกับ ปางอุ๋ง อีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่ขึ้นชื่อ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน) เราจึงแวะเข้าไปเยี่ยมชม และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โครงการ และก็ได้ทราบว่ามีนักท่องเที่ยวหลายท่าน ที่ต้องการไปปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน หลงทางมาที่นี่กัน เนื่องจากชื่อเหมือนกันนั่นเอง
ป้ายทางเข้ามีชื่อว่า ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงบ้านปางอุ๋ง ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดเชียงใหม่
และมีอีกป้ายอยู่ภายในชื่อ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรบนพื้นที่สูง ศูนย์ปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
ออกจากปางอุ๋ง ของจังหวัดเชียงใหม่ ไปแม่อูคอ ด้วยระยะทาง 24 กม. จะมีทางแยกขวามือ เข้าไปแหล่งท่องเที่ยว อันลือชื่อของจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือทุ่งบัวตอง และน้ำตกแม่สุริน ช่วงเวลา 2 สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ทุกปี ถนนสายนี้จะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกบัวตองกำลังบานอย่างสวยงาม ปกคลุมไปทั่วผืนภูเขาบริเวณนี้ และช่วงนั้นอากาศก็หนาวเย็น เป็นบรรยากาศที่น่าสัมผัสเป็นอย่างมาก
จากทางแยกบ้านแม่อูคอ เดินทางต่อ ไปอำเภอขุนยวม อีก10 กม. ในอำเภอนี้ มีที่พักไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายแห่งด้วยกัน เพราะที่นี่ใกล้กันกับทุ่งดอกบัวตองและน้ำตกแม่สุริน มากกว่าที่จะไปพักในตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อเที่ยวบริเวณนี้จนทั่วแล้ว จึงย้ายไปพักที่ในตัวจังหวัดเพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวอื่น เช่น บ้านกะเหรี่ยงคอยาว บ้านน้ำเพียงดิน หรือบ้านปางอุ๋ง ซึ่งก็ห่างออกไปอีกไม่ไกล
จากอำเภอขุนยวม เราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 108 (สำหรับท่านที่เดินทางมาจากแม่สะเรียงจะมาเจอกันที่นี่ ก่อนมุ่งหน้าแม่ฮ่องสอน) ด้วยระยะทาง ประมาณ 65 กม. จากขุนยวม ถึง แม่ฮ่องสอน เราเดินทางผ่านป่าสน และไม้ยืนต้นอื่นๆ ที่ดูแล้วน่าจะมีอายุหลายสิบปี ลำต้นใหญ่โต เป็นแนวหนาทึบ ตลอดเส้นทาง ถนนหนทางดีมาก ประกอบกับการชมความสวยงามของป่าเขา ทำให้รู้สึกว่าการเดินทางใช้เวลาไม่นาน
คืนนี้เราพักกันที่นี่ครับ ที่พักที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและต้นไม้ ขึ้นไปห้องพักต้องออกกำลังกันพอให้เหนื่อยกันหน่อย เพราะที่พักอยู่บนเขาต้องเดินขึ้นบันไดไปสูงเอาการ
ขออนุญาตเข้าพักตรงนี้ก่อน โดยไม่ได้พูดถึงแหล่งท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอน ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้เราจะแวะเข้าไปเที่ยวที่นั่น และเดินทางต่อไปอำเภอปาย ก่อนจะกลับเชียงใหม่
เอาไว้เขียนถึงในโอกาสต่อไปครับ คืนนี้ หลับฝันดี ราตริสวัสดิ์ ZZZzzzzz













































