บล็อกท่องเที่ยวเชียงใหม่

เชียงใหม่ เมืองที่น่าอยู่ที่สุด ในประเทศไทย

Archive for October, 2009

ผมเพิ่งกลับจากทริป วงกลมแห่งธรรมชาติอันงดงาม (ที่ตั้งชื่อขึ้นเอง) อันที่จริงวงกลมที่ว่านี้ก็คือเส้นทางเพื่อการพักผ่อนและชมธรรมชาติ โดยมีจุดเริ่มต้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ออกไปวนรอบเมือง ซึ่งจะพักค้างคืนหรือไม่ก็ตามแล้วก็กลับมาที่ตัวเมืองเชียงใหม่

วงกว้างที่สุดที่วาดไว้ก็เริ่มจากเมืองเชียงใหม่ ไปทางหางดง สันป่าตอง จอมทอง ฮอด แม่สะเรียง ขุนยวม แม่ฮ่องสอน แล้วกลับอีกเส้นทางโดยออกจากแม่ฮ่องสอน ผ่านปางมะผ้า ห้วยน้ำดัง ปาย โป่งเดือดป่าแป๋ แม่แตง และก็สิ้นสุดที่เชียงใหม่ เส้นทางที่ว่านี้ ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง สามารถพักค้างคืนได้หลายๆคืนในแต่ละทริป ผมตั้งใจไว้ว่าจะเขียนแนะนำพร้อมรูปภาพธรรมชาติอันสวยงาม ในบล็อกนี้อย่างต่อเนื่อง โปรดติดตาม

ซึ่งหลายๆ ที่ถ้าผมเอ่ยถึงหลายคนก็ต้องร้องเรียกหาคนชื่อ อ๋อ ไปตามๆกัน เช่นที่ขุนยวม ดอยแม่อูคอ ที่มีทุ่งดอกบัวตองอันลือลั่น และก็จะแสดงความสวยงามทุกสัปดาห์ที่ 1 – 2 ของเดือนพฤศจิกายน ทุกปี (นี่ก็ใกล้แล้วครับ) หรือไม่ก็ ปางอุ๋ง หรือ ปาย ที่เมื่อปีก่อนแทบปริแตกเพราะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว

แต่ทริปนี้ที่หมายหลักที่ผมเลือกคือ แม่แจ่ม เมืองที่มีความสงบ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ที่ ณ เวลานี้หาที่เปรียบได้ยาก และเมื่อหนาวที่ผ่านมา (ปี 2551) เกิดปรากฏการณ์ นักท่องเที่ยวเข้าไปแม่แจ่มมากกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ผมคาดว่าปีนี้และปีต่อๆ ไปนักท่องเที่ยวจะต้องมากขึ้นอีกแน่นอน ปีนี้ผมจึงเลือกที่จะเข้าไปช่วงปลายฝนต้นหนาว เพื่อจะเก็บภาพ แม่แจ่มที่ยังเขียวด้วยนาข้าวและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน

ผมเลือกเส้นสายเชียงใหม่ จอมทอง ทางหลวงหมายเลข 108 (ขอยืมแผนที่ของ google มาประกอบ) ผ่าน อำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง และก่อนถึงอำเภอจอมทองเล็กน้อย ก็เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1009 มุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ดอยอินทนนท์ (ด้วยระดับความสูง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล) จากทางแยก (108 ตัด1009) มาถึงด่านของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ด่านที่สองด้วยระยะทาง 30 กม. ก็จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าถนนหมายเลข 1192 ด้วยระยะทาง อีก 22 กม. เพื่อเข้าสู่ตัวอำเภอแม่แจ่ม รวมระยะทาง 120 กม. จะใกล้กว่าอีกเส้นทางถึง 30 กม.

แม่แจ่มที่ฉันรู้จัก ตอนที่ 1 เราใช้เส้นทางผ่านจอมทอง ไป ฮอด ออบหลวง แล้วจึงเข้าแม่แจ่ม ด้วยระยะทาง 150 กม. (ดูแนะนำการเดินทางของเวบเราที่นี่ครับ http://chiangmaismile.com/attraction/thai/maechaem.html

แต่เราตัดสินใจเลยด่านนี้ขึ้นไป พระมหาธาตุ นภพลภูมิสิริ และ พระมหาธาตุ นภเมทนีดล กันก่อนเพื่อ…ทำงาน… ณ จุดที่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,200เมตร ในวันปลายฝนต้นหนาว (23 กันยายน 2552) อากาศช่างหนาวเย็นได้ใจจริงๆ ยืนอยู่นอกอาคารจะมีไอหมอกค่อยๆ ไหลผ่านหน้าเราไปอย่างเชื่องช้าและนำพาไอเย็นมาสัมผัสจนต้องเรียกหาเสื้อตัวหนาๆ มาใส่กันหนาว นี่เพิ่งจะปลายเดือนกันยายน อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ ช่วงเดือนธันวาคม คงได้เห็นแม่คะนิ้ง บนยอดดอยแห่งนี้อีกแน่นอน

สวนด้านหลังพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

พระมหาธาตุนภเมทนีดล

ขับรถกลับลงมาได้ไม่ไกลนักก็เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 1192 แล้วเราก็ได้ สัมผัสกับสภาพอันสมบูรณ์ของป่าแถบนี้ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทาง แต่เป็นที่น่าเสียดาย ขณะที่ขับรถผ่านฝนตกลงมาอย่างหนัก กล้องที่เตรียมไว้เก็บภาพจึงไม่ได้ทำงาน ถนนช่วงนี้เป็นถนนลาดยางรถเก๋งก็วิ่งได้ แต่ค่อนข้างแคบ รถวิ่งสวนกันได้แต่ต้องชะลอความเร็วขณะวิ่งสวนกัน บางจุดอาจจะต้องจอดเพื่อให้ คันใดคันหนึ่งผ่านไปก่อน และมีโค้งหักศอกที่แคบอยู่หลายจุด ท่านที่เดินทางผ่านทางนี้ควรจะขับรถโดยระมัดระวังครับ แต่ยืนยันว่าเดินทางได้สะดวก ขออย่าประมาทเป็นใช้ได้ครับ

กว่าฝนจะเบาลง ก็เข้ามาถึงเขตอำเภอแม่แจ่มแล้ว ผมจึงขับรถชมเมืองแม่แจ่มโดยรอบ และแวะลงไปทักทายพูดคุยกับชาวบ้านเป็นบางจุด ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและพูดคุยกับเราอย่างมีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา สังเกตเห็น รีสอร์ท ที่พักเกิดขึ้นใหม่หลายแห่ง ที่พักที่มีอยู่แล้วก็มีการปรับปรุงและก่อสร้างเพิ่มเติม เนื่องจากปีที่ผ่านมาที่พักไม่พอรองรับนักท่องเที่ยว

ถนนเข้าสู่ตัวแม่แจ่มก็ปรับปรุงราดยางใหม่หมดเพื่อเตรียมต้อนรับนักเดินทางช่วงหนาวนี้ครับ โดยรวมแล้วแม่แจ่มกำลังปรับปรุงหลายๆ อย่าง เพราะกระแสของนักท่องเที่ยวกำลังมุ่งสู่เมืองที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และผู้คนชาวเมืองแม่แจ่มที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน อัฒยาศัย และน้ำใจดี แห่งนี้

ผมแวะเข้าไปที่นี่ครับ บ้านม่อนไม้งาม เป็นที่พักที่ปลูกขึ้นในพื้นที่เดิมของนาขั้นบันได ซึ่งขณะนี่ไม่ได้ทำนาแล้วแต่ปลูกป่าสักเล็กๆขึ้นมาแทน ได้บรรยากาศของธรรมชาติมากครับ แต่ไม่ได้พักในบ้านครับ คืนนี้มีนักท่องเที่ยวเต็มแล้ว ผมชอบที่นี่มากจึงขอเจ้าของบ้านกางเต้นท์ครับ ได้อารมณ์มากเลย

รูปภายในที่พักที่ผมขอถ่ายภาพอีกวันหนึ่ง หลังจากที่นักท่องเที่ยวได้กลับกันไปหมดแล้ว เตียงนอนเป็นแบบกางมุ้ง ติดแอร์ไว้สำหรับคนขี้ร้อนแต่รับรองว่าไม่ได้ใช้หรอกครับ ธรรมดาเปิดหน้าต่างให้ลมผ่านเบาๆก็ชื่นใจแล้ว ถึงช่วงหนาวปิดหน้าต่างทุกบานแล้วยังต้องห่มผ้าหนาๆถึงจะเอาอยู่ ห้องน้ำมีทั้งแบบปิดและเปิดโล่ง จะได้อาบน้ำและชมจันทร์ไปพร้อมกัน หน้าบ้านมีเก้าไว้นั่งชิล ชิล

มุมนั่งชิล หน้าบ้านพัก

ที่พักหันหลังให้ดอยอินทนนท์ แต่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก อันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติออบหลวง ตื่นเช้าขึ้นมาผมจึงได้เห็นภาพนี้ครับ

สวยงามเกินบรรยายจริงๆ มีท้องนาสีเขียวสบายตาทอดยาวนำสายตาออกไป ฉากหลังเป็นแนวเขาสีเขียวทอดยาวสุดสายตา จุดเด่นอยู่ที่วัดเก่าแก่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นด้านหน้าแนวเขา มีรูปทรงศิลปะแบบล้านนาอันสวยงาม สะท้อนแสงแดดยามเช้า ส่องประกายสีทองแวววาว ประดับด้วยฝูงนกบินผ่านเป็นระยะๆ ปีกของนกสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า พริบไหวอยู่ไกลๆ ฉันยืนยันว่ารูปที่ถ่ายมานี้ยังไม่สวยเท่าที่ได้เห็นมา….. ยืนยันว่าต้องมาดูด้วยตาตนเอง !!


หลังจากชื่นชมความงามธรรมชาติของเมืองแม่แจ่มไปบ้างแล้ว (ยังไม่จุใจ! ตั้งใจไว้แล้วว่า ต้องมาอีก และมาอีก..) สายของวันนั้น ผมก็แวะไปคุยกับหนุ่มเจ้าของร้าน เมืองแจ่มโปสการ์ด ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี วันนี้เขาได้ย้ายร้านใหม่มาอยู่สามแยกก่อนเข้าเมืองแม่แจ่ม เพื่อสะดวกกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว หนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่ขายงานศิลปะจากภาพถ่าย เขายังเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวแม่แจ่มครับ

วันนี้ฉันกำลังกล่าวลาแม่แจ่ม เมืองแห่งความสวยงาม เมืองที่ฉันประทับใจมาก ฉันจะกลับมาหาเธออีก….

ออกจากแม่แจ่มฉันมุ่งหน้าผ่าน บ้านแม่นาจร บ้านแม่อูคอ อำเภอขุนยวม อันเป็นเส้นทางลัดที่แสนจะคดเคี้ยว สู่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน….

รีสอร์ทแนะนำ น่าพักมาก อยู่บนเขา เห็นวิวดอยอินทนนท์ มีสระว่ายน้ำ แห่งเดียวในแม่แจ่ม จองผ่านอินเตร์เน็ทคลิกตามลิ้งค์นี้ครับ

http://chiangmaismile.com/hotels/north_hotels/chiangmai/navasoung/navasoung-resort.html