คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

วันนี้จะแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีประวัติมายาวนานของจังหวัดแพร่ โดยที่เดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา จังหวัดแพร่ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองอายุครบ 1,188 ปี นับว่าจังหวัดแพร่มีประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษา นับตั้งแต่ยังเป็น "เมืองพลนคร" "เวียงโกศัย" และ "จังหวัดแพร่" ในปัจจุบัน
คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ องค์สุดท้าย เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์
คุ้มเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายผู้ครองนครเมืองแพร่
สถานที่ที่จะแนะนำวันนี้คือ "คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่" ซึ่งเป็นคุ้มที่เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ ผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้ายได้สร้างขึ้นเป็นที่พักอาศัยและทำงานในปี พ.ศ.2435 ตั้งอยู่บนถนนคุ้มเดิม ใกล้กับศาลากลางจังหวัดปัจจุบัน ตัวอาคาร 2 ชั้น ขนาดใหญ่โอ่โถงอากาศถ่ายเทดี สร้างด้วยอิฐถือปูนทั้งหลัง ใช้ไม้ซุงเนื้อแข็งรองรับเสาทั้งหลัง พื้นอาคารปูด้วยไม้ บานหน้าต่างทุกบานและรอบๆตัวบ้านประดับด้วยไม้แกะฉลุอย่างสวยงาม ใต้อาคารชั้นล่างเป็นช่องทึบมีช่องแสงเข้าเพียงเล็กน้อยใช้เป็นที่คุมขังผู้กระทำความผิด ต่อมาคุ้มเจ้าหลวงได้เป็นสถานที่พักอาศัยของผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่หลายท่าน ปัจจุบันทางจังหวัดได้บำรุงรักษาและเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 - 16.30 น.
รูปปั้นเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ด้านหน้าบ้าน
รูปปั้นเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ด้านหน้าคุ้ม
โต๊ะรับประทานอาหาร
โต๊ะรับประทานอาหาร
ถ้วยจานเซรามิคที่ใช้ในสมัยนั้น
ถ้วยจานเซรามิคที่ใช้ในสมัยนั้น
เตียงนอนในคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่
ห้องนอนในคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายผู้ครองนครเมืองแพร่ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๒ - ๒๔๔๕
รูปถ่ายเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์และชายา
รูปถ่ายเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์และชายา

เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เป็นบุตรของเจ้าหลวงพิมพิสาร กับเจ้าแม่ธิดา มีนามเดิมว่าเจ้าน้อยเทพวงศ์
     เจ้าน้อยเทพวงศ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าอุปราช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๑ ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น เจ้าผู้ครองนครแพร่ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๒ มีนามพระราชทานว่า "พระยาพิริยะวิไชย อุดรพิสัย วิบผารเดช สยามมิศร์ สุจริตภักดี" และในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ได้เลื่อนเป็น เจ้าประเทศราช โดยได้สร้อยนามพระราชทานเดิม คือ เจ้าพิริยะเทพวงศ์อุดร
     เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ มีชายาองค์แรกนาม "แม่เจ้าบัวถา" ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน ชายาองค์ที่สองนาม "แม่เจ้าบัวไหล" หรือแม่เจ้าหลวง มีโอรสธิดารวม ๗ องค์ นอกจากนี้ยังมีโอรสธิดากับภรรยาอื่นๆ อีก ๗ องค์
     เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ ได้ทำประโยชน์ให้กับเมื่องแพร่หลายประการ เช่น การช่วยสนับสนุนรัฐบาลส่วนกลางปฏิรูปการปกครองจากหัวเมืองประเทศราช มาเป็น มณฑลเทศาภิบาล ส่งเสริมการศึกษาโดยอุปถัมภ์การสร้างโรงเรียนชายแห่งแรก โดยใช้ชื่อว่า "โรงเรียนพิริยาลัย" ทางด้านการศาสนาได้บูรณะซ่อมแซมวัดวาอารามต่างๆ เช่น วัดหลวงสมเด็จ วัดพระนอนจุฑามาส วัดสวรรค์นิเวศน์ วัดมิ่งเมือง (วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร) และ พระธาตุช่อแฮ เป็นต้น
     บ้านเมืองในช่วง พ.ศ.๒๔๐๐ เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ ปกครองเมืองแพร่ท่ามกลางกลุ่มมหาอำนาจ อังกฤษได้ยึดครองประเทศพม่า และต้องการขยายอำนาจมายังล้านนา ฝรั่งเศสได้ขยายอิทธิพลจากอินโดจีนเข้ามา และอำนาจส่วนกลางของอาณาจักรสยาม
     เหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์เปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง คือ ในวันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๒๔๔๕ ได้เกิดเหตุ "เงี้ยวปล้นเมืองแพร่" เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ ในฐานะ เจ้าผู้ครองนครแพร่ ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จึงตัดสินใจออกจากเมืองแพร่ไปพำนักอยู่ที่หลวงพระบาง และถูกถอดออกจากตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครแพร่ 
     ท่านได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสงบ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้ามหาชีวิตลาวและเจ้าอุปราช ได้ตำแหน่งพระแสงบ้านเชียงแมน เจ้าอุปราชได้ยกลูกสาวให้เป็นภริยามีบุตรด้วยกัน ๑ คน วาระสุดท้ายพำนักอยู่เมืองเหี้ม แขวงซำเหนือ จนถึงพิราลัยใน พ.ศ.๒๔๕๒ (ข้อความจากป้ายใต้รูปถ่ายเจ้าหลวงบนคุ้มชั้นสอง)
สวนหน้าคุ้ม ถ่ายจากชั้นสอง มองเห็นอาคารไม้โรงเรียนนารีรัตน์ในสมัยเดียวกันอยู่ฝั่งตรงข้าม
สวนหน้าคุ้ม ถ่ายจากชั้นสอง มองเห็นอาคารไม้ (โรงเรียนนารีรัตน์) ในสมัยเดียวกันอยู่ฝั่งตรงข้าม
เหรียญยังมีสองด้าน ประวัติศาสตร์ก็เช่นกัน หลังจากได้อ่านงานเขียนของหลายๆ ท่าน ทำให้เห็นข้อมูลหลายอย่างที่ไม่ตรงกัน เราจะนำเสนอเป็นตอนๆ ในเรื่องประวัติของเจ้าหลวงองค์สุดท้ายในลำดับต่อไป
ประตูด้านหลังคุ้ม มองเห็นสวนบรรยากาศร่มรื่น
ประตูด้านหลังคุ้ม มองเห็นสวนบรรยากาศร่มรื่น
คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ Khum Chao Luang Mueang Phrae

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *