คุ้มวงศ์บุรี Khum Vongburi

คุ้มวงศ์บุรี Khum Vongburi

บ้านวงศ์บุรีในวันวาน บ้านหลังใหญ่สร้างจากไม้สักทองร่มครึ้มไปด้วยไม้ใหญ่นานาชนิด บางครั้งเราเคยเดินเล่นวิ่งเล่นกันอยู่สนามหน้าบ้าน ในยามนั้นมีความสนุกสนานและความสดใสเป็นอย่างมาก บางคราวเจ้าบ้านนึกสนุกจัดปาร์ตียามค่ำคืน เชิญผองเพื่อนเข้าไปร่วมสนุกสนาน เราอร่อยไปกับอาหาร เราเต้นกันสุดเหวี่ยงไปกับเสียงเพลง ที่บรรเลงสดๆ จากวงดนตรีที่เจ้าบ้านจัดเตรียมไว้ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย….. เป็นภาพอดีตในวัยเด็ก บ้านวงศ์บุรีวันนี้ ได้รับการอนุรักษ์พร้อมทั้งบำรุงรักษาคงสภาพเดิมไว้เป็นอย่างดี บ้านหลังนี้ก่อสร้างขึ้นมาด้วยความรัก ทายาทรุ่นปัจจุบันก็ดูแลรักษาไว้ด้วยความรัก ตัวบ้านที่สร้างด้วยไม้สักทองเนื้อดี ทาทับด้วยสีชมพูอ่อนและสีขาว โทนสีหวานแต่ดูแล้วให้ความอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง พื้นบ้านปูด้วยแผ่นไม้สักทองขนาดใหญ่ขัดเงาโชว์ลายไม้อย่างสวยงาม ตามชายคารอบตัวบ้านประดับด้วยแผ่นไม้ฉลุลาย ที่เรียกว่าลาย “ขนมปังขิง” ดูอ่อนช้อยสวยงามยิ่ง โพสนี้จะมีรูปบ้านเยอะหน่อย แต่ยังไม่ครบ ต้องไปชมด้วยตัวเอง เนื่องจากตัวบ้านสวยงามและมีรายละเอียดน่าสนใจมาก “คุ้ม” เป็นคำที่ชาวบ้านใช้เรียกบ้านของเจ้านายที่มีอำนาจในการปกครอง หรือเจ้านายในตำแหน่ง “เจ้าขัน ๕ ใบ” คือ เจ้าหลวงผู้ครองนคร เจ้าอุปราชหอหน้า เจ้าราชบุตร เจ้าราชวงศ์ และเจ้าบุรีรัตน์

ขนมจีนน้ำเงี้ยว เมืองแพร่

ขนมจีนน้ำเงี้ยว เมืองแพร่

ขนนมจีนน้ำเงี้ยว เป็นอาหารหลักของเมืองแพร่มาแต่โบราณกาล และมีเอกลักษณ์คือน้ำซุปจะต้องเป็นน้ำใสที่ใช้เวลาต้มกระดูกหมูหลายชั่วโมง ยิ่งต้มยาวนานข้ามคืนยิ่งได้รสชาดเข้มข้น บางสูตรใส่ดอกงิ้วลงไปต้มด้วย เวลาเคี้ยวเจอดอกงิ้วจะได้ความนุ่มหนึบสุดแสนอร่อย บางร้านใส่เอ็นลงไปในซุปด้วยยิ่งเพิ่มรสชาดได้อย่างดีสุดแสนจะบรรยาย เงี้ยวเป็นชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในรัฐฉานของพม่า แต่ในเขตล้านนามักจะเรียกคนที่มาจากพม่าทั้งหมดว่าเงี้ยว เมืองแพร่มีอายุ 1,188 ปี ดังนั้นจึงมีการติดต่อกับชาวเงี้ยวมาอย่างยาวนาน ขนมจีนน้ำเงี้ยวจึงน่าจะเป็นการรับเอาวิธีปรุงอาหารนี้มาจากชาวเงี้ยว ขอแนะนำร้านขนมจีนน้ำเงี้ยว (ชาวเมืองแพร่จะเรียกว่าขนมเส้นน้ำเงี้ยว) สองร้านที่หากท่านไปเยือนเมืองแพร่แล้วไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ร้านขนมจีนดวงเนตร ร้านขนมจีนดวงเนตร อยู่ในตัวเมืองแพร่ พิกัด 18.138838, 100.151527 เปิดขายมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี เริ่มขายตั้งแต่แม่ของป้าเนตร ส่วนป้าเนตรเป็นรุ่นที่ 2 ตอนนี้คนดูแลธุรกิจเป็นรุ่นที่ 3  แต่ป้าเนตรก็ยังคงช่วยปรุงและช่วยขายอยู่ ร้านนี้สูตรดั้งเดิม กินขนมจีนร้านนี้ต้องกินให้ครบ 3 อย่าง คือ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ส้มตำ ข้าวส้ม (ก็คือข้าวผัดนั่นเอง

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ Khum Chao Luang Mueang Phrae

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ Khum Chao Luang Mueang Phrae

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ วันนี้จะแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีประวัติมายาวนานของจังหวัดแพร่ โดยที่เดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา จังหวัดแพร่ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองอายุครบ 1,188 ปี นับว่าจังหวัดแพร่มีประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษา นับตั้งแต่ยังเป็น “เมืองพลนคร” “เวียงโกศัย” และ “จังหวัดแพร่” ในปัจจุบัน สถานที่ที่จะแนะนำวันนี้คือ “คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่” ซึ่งเป็นคุ้มที่เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ ผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้ายได้สร้างขึ้นเป็นที่พักอาศัยและทำงานในปี พ.ศ.2435 ตั้งอยู่บนถนนคุ้มเดิม ใกล้กับศาลากลางจังหวัดปัจจุบัน ตัวอาคาร 2 ชั้น ขนาดใหญ่โอ่โถงอากาศถ่ายเทดี สร้างด้วยอิฐถือปูนทั้งหลัง ใช้ไม้ซุงเนื้อแข็งรองรับเสาทั้งหลัง พื้นอาคารปูด้วยไม้ บานหน้าต่างทุกบานและรอบๆตัวบ้านประดับด้วยไม้แกะฉลุอย่างสวยงาม ใต้อาคารชั้นล่างเป็นช่องทึบมีช่องแสงเข้าเพียงเล็กน้อยใช้เป็นที่คุมขังผู้กระทำความผิด ต่อมาคุ้มเจ้าหลวงได้เป็นสถานที่พักอาศัยของผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่หลายท่าน ปัจจุบันทางจังหวัดได้บำรุงรักษาและเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. เจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายผู้ครองนครเมืองแพร่ ระหว่าง

คุ้มเสือ Tiger Kingdom

คุ้มเสือ Tiger Kingdom

หลายวันก่อนมีเพื่อนผ่านมาเยือนเชียงใหม่ อยากไปเที่ยวแถวแม่ริม เลยอาสาขับรถให้ เพื่อพาเที่ยวในเขตแม่ริม ซึ่งตามจริงแล้วไม่สามารถเที่ยวในวันเดียวได้หมดเพราะแหล่งท่องเที่ยวในเขตแม่ริมนี้มีเยอะมาก ต้องวางแผนว่าจะไปที่ใหนบ้าง ถ้าจะไปให้ได้หลายที่ก็คงต้องชะโงกทัวร์ ขับรถผ่านๆ หรือจอดแต่ไม่ลง ชะโงกมองแล้วก็ไปต่อ… วันนี้ตั้งใจว่าจะขับรถเข้าทางอำเภอแม่ริมแล้วไปลงอีกทางด้านอำเภอหางดง เมื่อเข้าเขตแม่ริมก็แนะนำให้เพื่อนรู้จักคุ้มเสือ ที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ เข้าไปสัมผัสกับเสือทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ พร้อมทั้งถ่ายรูปร่วมกับเสือ ที่นี่เขาใจดีครับ จัดทางเดินไว้ส่วนหนึ่งให้เข้าไปดูเสือได้ฟรี สำหรับคนที่ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ชิดนัก ซึ่งผมก็มักจะพาเพื่อนๆ มาเดินดูก่อนแล้วค่อยให้ตัดสินใจซื้อบัตรเข้าไปสัมผัสตัวเป็นๆ ข้างในอีกที  ส่วนใหญ่ก็เซย์โนหลังจากที่เห็นเสือตัวใหญ่ๆ เหล่านั้น!!! แต่วันนี้แตกต่างกว่าทุกครั้ง ถือว่าเป็นความโชคดีของเพื่อน (และผมด้วย) เราเจอผู้จัดการที่ดูแลคุ้มเสือ ซึ่งเราไม่ได้เจอกันมานานมาก เขาใจดีพาเราเข้าชมข้างในแบบสัมผัสตัวเป็นๆ ได้ ต้องขอขอบคุณมากๆ ครับ เราเข้าเดินชมโดยรอบ ถ่ายรูปกับเสือ และมีโอกาสได้เห็นเสือทารก ที่เพิ่งคลอดได้ 2วัน ตรงนีไม่อนุญาตให้เข้าข้างในเพราะลูกเสือยังอยู่ในตู้อบ ที่นี่บรรยากาศดีมากเพราะเขาอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่โดยรอบให้เป็นป่าจริงๆ เนื่องจากวันนี้เชียงใหม่สไมล์ได้เปลี่ยนธีมบล็อกใหม่